ข้อควรระวังของการใช้กัญชา ในโรคพาร์กินสันและโรคอื่นๆ

Last updated: 2019-04-29  |  1041 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อควรระวังของการใช้กัญชา ในโรคพาร์กินสันและโรคอื่นๆ

ข้อควรระวัง
ของการใช้กัญชา
ในโรคพาร์กินสันและโรคอื่นๆ

.

.


เวลาก่อนจะใช้กัญชาไม่ว่า CBD หรือน้ำมันกัญชาธรรมดาที่มีสารออกฤทธ์ในทางเมา

สิ่งสำคัญก็คืออธิบายให้ผู้ป่วยทราบก่อนว่า
ยาพาร์กินสันที่ใช้อยู่เป็นเพียงบรรเทาอาการและไม่ได้ช่วยให้โรคหาย 


แต่ขณะเดียวกันการใช้ยาขนาดมากเพื่อทำให้เข้าใกล้ปกติมากที่สุด
กลับกลายเป็นเร่งให้โรคพัฒนาได้เร็วขึ้น 

จนกระทั่งไม่ว่าจะใช้ยาอะไร ก็ไม่ได้ผล
เพราะเป็นการเร่งให้สมองส่วนที่บกพร่องอยู่แล้วทำงานเกินกำลัง


และการใช้ยาพากินสันในแต่ละมื้อในขนาดมากเกินไป
อาจทำให้มีความดันโลหิตตกและหน้ามืด การทรงตัวไม่ดีขณะเปลี่ยนท่าจากนอนไปนั่ง
นั่งไปยืน และความดันตก


เช่นนั้นเป็นข้อสังเกตที่สำคัญว่าจะทำให้โรคไปเร็วหรือไม่
และรายงานระยะหลังพบว่าอาจจะกระตุ้นทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมอีกด้วย
orthostatic hypotension ขณะลุกขึ้นทันที ไม่ต้องรอ 3 นาที


ข้อแนะนำ

1- ลดขนาดยาให้น้อยที่สุดแต่ ไม่ใช่หยุดยาเพราะจะกลายเป็น dopamine deprivation
และที่สำคัญคือหยุดยาที่ทำให้ levodopa ค้างอยู่ในสมองนาน เช่น entacapone
และแม้แต่ dopamine agonists ถ้าเป็นไปได้ เช่น pramipexol ropinirole


2- และใช้กัญชาร่วมในขนาดที่น้อยที่สุดเพียงครึ่งหยดต่อวัน ในวันแรก
และต้องเริ่มตอนก่อนนอนทุกครั้ง


3- ในขณะเดียวกันประเมินยาอื่นที่ผู้ป่วยใช้ด้วยว่า
จะมีปฏิกิริยาควบรวมกับกัญชาที่ใช้อยู่หรือไม่
ซึ่งอาจจะต้องลด/เพิ่มขนาดยาในเวลาต่อมา
เพราะกัญชาอาจไปเพิ่มฤทธ์หรือลดฤทธ์ของยานั้นๆ
และทำให้อาการของโรคอื่นกลับเลวลงไปอีก


4- การเพิ่มขนาดของกัญชาควรกระ ทำอย่างช้าๆในวันรุ่งขึ้นหร ือ ในอีกสองวันถัดมาทั้งนี้ โดยประเมินจากผลข้างเคียงได ้แก่ง่วงเมา โซเซ เวียนหัวคลื่นไส้หรือมีความ ดันตกซึ่งอาจจะเกิดกับน้ำมั นกัญชาธรรมดามากกว่า แต่เกิดกับ CBD ได้ แม้ว่าจะน้อยมาก และดูว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใ จแล้วหรือยัง

5- ถ้ายังไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจค่อยค่อยเพิ่มทุกวันหรือทุกสองวันได้ขนาดครึ่งหยด
ตอนก่อนนอน และควรหยุดอยู่ที่ไม่เกินสามถึงสี่หยด
การจะใช้กัญชาในช่วงเวลาอื่นหรือไม่อย่างไรขึ้นอยู่กับว่า
จะมีผลแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงอะไรบ้างและผู้ป่วยทำงานอะไรเวลากลางวัน
และอาจจะเกิดอันตรายในการทำงานพริอไม่


6- ห้ามคิดว่ายิ่งใช้ปริมาณมาก ยิ่งดี
เนื่องจากการใช้กัญชาในการรักษาโรค
เป็นการปลุกระบบกัญชาธรรมชาติในตัวให้ทำงานและปรับสมดุลในร่างกาย


คำแนะนำนี้ได้จากตำราทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์
ได้จากคำแนะนำของเพื่อนคู่หูจากชมรมใต้ดิน
และได้จากการพัฒนาจากการดูผู้ป่วยมากกว่า 100 ราย 

และไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตามนี้
ทั้งนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยขึ้นอยู่กับชนิดของกัญชา
ขนิดของสายพันธุ์กัญชา และความเข้มข้นของกัญชาที่ใช้


อย่างไรก็ตามเนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้มักจะไม่ทราบธรรมชาติ ที่มา ควรเริ่มน้อยที่สุดก่อน
ส่วน CBD บริสุทธิ์นั้นเป็นประสบการณ์ไม่นานมานี้
โดยการใช้ในผู้ป่วยใช้เวลาประเมินประมาณสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา


อนี่ง หมอไม่ได้เป็นคนครอบครองกัญชาขายกัญชาให้ผู้ป่วยใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ผู้ป่วยสามารถได้กัญชาจากชมรมจิตอาสา


หมอแนะนำวิธีใช้และติดตามการรักษาร่วมกับเพื่อนชมรมใต้ดิน
โดยไม่ได้ปฏิบัติผิดกฎหมายใดทั้งสิ้น


เพื่อผลประโยชน์สูงสุดและเป็นการรักษาชีวิตของผู้ป่วย
โดยที่สามารถลดค่าใช้จ่ายของยาปัจจุบันได้
จากเดือนละประมาณตั้งแต่ 7000 ถึง 28,000 บาทต่อเดือน
ลงมาถึงประมาณ 200 ถึง 700 บาทต่อเดือน


และใช้การปฏิบัติเช่นนี้กับโรคอื่นๆ ได้แก่ โรคสมองเสื่อมที่ไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่แก้ไขได้
อาการปวดเส้นประสาทใบหน้า อาการปวดอย่างอื่น ภาวะนอนไม่หลับเครียด อาการเกร็ง บิด
ใช้ควบรวมกับยาโรคลมชักที่คุมอาการยังได้ไม่ดี โดยต้องมีความระวังอย่างสูงสุด
เพราะกัญชาจะไปเพิ่มฤทธ์ของยากันชัก


การใช้กัญชาไม่ได้ผลดีที่สุดในทุกราย
ในกรณีที่ไม่ได้ผลมีความจำเป็นต้องประเมินตัวโรคใหม่ว่ามีสาเหตุซับซ้อนอย่างอื่นหรือไม่
หรือมีการใช้ยาสมุนไพรอื่นๆ ควบรวมไปด้วย


และในโรคทางสมองบางอย่าง multiple system atrophy จะมีความผิดปกติของหลายระบบ ร่วมกันเช่นระบบประสาทอัตโนมัติที่ทำให้ความดันตกเหลือประมาณ 50 ถึง 70
ร่วมกับอาการเกร็ง spsticity อาการพาร์กินสันส์ อาการเซ
และการรับรู้สัมผัสของขาผิดปกติ 


คือมีทั้ง posterior column และ cerebellum ผิดปกติ โดยมี peripheral nerve ด้วย

การใช้กัญชาในกรณีนี้จุดประสงค์เพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วยโดยทำให้ความดันอยู่ในระดับปกติ
มีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยากระตุ้นความดันในโรคดังกล่าว
มีคนไข้หนึ่งรายซึ่งขณะนี้สามารถคุมความดันได้แต่อาการอื่นๆ ดีขึ้นแต่ไม่ถึงกับน่าพอใจ


ประเด็นสุดท้าย..... ห้ามคิดว่ากัญชาเป็นยาวิเศษ 
กัญชาคือยา เมื่อจะนำมาใช้ในการรักษาโรค 
ต้องรู้ว่าโรคนั้นคืออะไร 

เกิดจากสาเหตุอะไรและการใช้กัญชานั้นเพื่อการบรรเทาอาการควบร่วมกับยาปัจจุบัน
หรือใช้เป็นยาหลักต่อเมื่อยาปัจจุบันนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติในการรักษาโรค
เพียงแต่บรรเทาอาการของโรคเท่านั้น


รักษาชีวิตผู้ป่วยประหยัดมากที่สุด ผลข้างเคียงน้อยที่สุด
และใช้สมบัติของชาติ สมบัติของคนไทยทุกคนอย่างคุ้มค่า

 

  ศ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

  ...........

 ***คุณสามารถติดตามองค์ความรู้เรื่องกัญชาไทยทางการแพทย์
โดยทีมคณะแพทย์ผู้ปรารถนาดีต่อทุกคน ได้ที่
     
 

กัญชาไทยทางการแพทย์ (Medicinal Thai Cannabis)

Powered by MakeWebEasy.com