เรื่องของกัญชา "ที่ต้องพูดซ้ำ" เพื่อความเข้าใจ

Last updated: 2020-05-05  |  558 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เรื่องของกัญชา "ที่ต้องพูดซ้ำ" เพื่อความเข้าใจ

เรื่องของกัญชา
"ที่ต้องพูดซ้ำ" เพื่อความเข้าใจ


การปลดล็อก “กัญชา” ทางการแพทย์ จุดมุ่งหมายสำคัญ
คือการให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดและโดยเฉพาะที่ป่วยจากโรคที่รักษาไม่ได้
และมีภาวะที่ยากต่อการควบคุมและมีผลกระทบกับคนรอบข้างคนในครอบครัว...

ในรายงานนี้ที่จะเรียนให้ทราบตามรายละเอียดด้านล่างเป็นการใช้สารออกฤทธิ์กัญชาสังเคราะห์ THC หรือ tetrahydrocannabinol ในคนป่วยสมองเสื่อม
ซึ่งโดยปกติแล้ว THC จะทำให้อารมณ์ดีหรือทำให้อารมณ์สว่างอยู่แล้ว
และเป็นที่มาที่ทำให้บางกลุ่มคิดว่าจะทำให้เกิดการติดเป็นยาเสพติด
ซึ่งอาจจะไม่เป็นความจริง ดังที่มีรายงานสรุปทางวิชาการจากหลายคณะ
รวมทั้งจากขององค์การอนามัยโลกเองในปลายปี 2017


อย่างไรก็ตาม ในการใช้ยังคงต้องระวังเนื่องจากทำให้กระบวนการของสมอง
ในการสั่งปฏิบัติงานจะเฉื่อยลงบ้าง และจำเป็นต้องระวังอย่างกวดขัน
ในการทำกิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงอันตรายรวมทั้งการขับรถ
ซึ่งในความเป็นจริงอาจไม่ต้องมีความเป็นห่วงมาก
เพราะจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้ในผู้ป่วย
ซึ่งมีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตประจำวันบ้างอยู่แล้วในการช่วยเหลือตนเอง
และทำให้เป็นภาระกับคนรอบข้างถึงระดับที่ต้องมีคนในครอบครัวอยู่เป็นเพื่อนตลอด
หรือถึงกับต้องจ้างคนมาช่วย หรือต้องส่งไปยังสถานพักฟื้น
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดกับคนเดียว
แต่มีผลกระทบกับคนรอบข้างไปทั่ว


ในสังคมผู้สูงอายุขณะนี้ โรคที่พบได้มากขึ้นอย่างมหาศาล
โดยเฉพาะกับคนไทยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยในทางลบจากเรื่องของอาหารการกิน
จากสารเคมี จากยาพิษ ที่ใช้ในการฆ่าหญ้าแมลง
และยังมีทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน สูบบุหรี่ ดื่มสุราอย่างไม่รับผิดชอบ
เหล่านี้ส่งผลทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมในอายุที่เร็วขึ้น
และอาการแย่ลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ทั้งที่มีดวงชะตาหรือยีนที่กำหนดสุขภาพไม่ได้ถึงกับเลวร้ายมาก
เนื่องจากมีสภาพการอักเสบเกิดขึ้นในร่างกายและส่งผลไปยังเส้นเลือดทั่วร่างกาย
รวมทั้งสมองอันเป็นกลไกสำคัญอันดับแรก


โรคสมองเสื่อมมีสาเหตุเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุก็จริง
เช่น จากที่มีเส้นเลือดตันพรุนทั่วๆ ไปในสมองจนสมองทำงานบกพร่องผิดพลาด
แต่สาเหตุที่สำคัญและพบบ่อย ก็คือเกิดจากโรคอัลไซเมอร์
ซึ่งไม่ใช่ทำให้มีความจำเสื่อมถอยอย่างเดียวเท่านั้น
แต่ยังมีความแปรปรวนทางอารมณ์วุ่นวาย จนกระทั่งเกิดคล้ายอาการทางจิต
และส่วนมากจะมีการใช้ยาโรคจิตซึ่งทำให้ภาวะเลวร้ายลง
เนื่องจากไปกดการทำงานของสมองลงไปอีกและเสียชีวิตเร็วขึ้นอย่างทรมาน...
การใช้สารสังเคราะห์ THC เป็นยาดังที่มีในรายงานนี้ พบว่าได้ผลดี


ในประเทศไทยไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งยาที่ขึ้นทะเบียนเหล่านี้ในต่างประเทศ มาให้ผู้ป่วย เพราะประเทศไทยมีกัญชาอยู่ทั่วไป
แต่ถูกจำกัดและมองข้ามประโยชน์ ถูกมองเป็นการที่มีแต่โทษตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522


ที่ง่ายที่สุดที่สามารถนำมาใช้ได้เกือบทันทีคือน้ำมันกัญชา
โดยที่สามารถสกัดได้เองเพียงแต่ให้ทราบความเข้มข้นโดยประมาณ
ก็สามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยและราคาถูกแสนถูก


จากรายงานการศึกษาในที่ประชุมนานาชาติของสมาคมอัลไซเมอร์
ซึ่งคณะผู้ศึกษาได้รายงานใน วันที่ 24 กรกฎาคม 2018
โดยได้ใช้ยากัญชาสังเคราะห์  THC nabilone
ซึ่งเป็นยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้ใช้ในการบรรเทาอาการอาเจียนในผู้ป่วย
ที่ได้รับยาเคมีบำบัด ขนาดที่ใช้อยู่ที่วันละหนึ่งถึงสองมิลลิกรัม
มีผู้ป่วยสมองเสื่อม 39 ราย ที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง
ทั้งสิ้นอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 87 ปี และ 77% เป็นผู้ชาย
ผู้ป่วยเหล่านี้ทั้งหมดมีลักษณะอาการทางอารมณ์ วุ่นวายรุนแรง
และควบคุมไม่ได้จากการใช้ยาหลายชนิดซึ่งเป็นยาโรคจิต

จากการให้สารสังเคราะห์กัญชาเป็นเวลาหกสัปดาห์
หยุดหนึ่งสัปดาห์และให้ยาหลอกอีกหกสัปดาห์
พบว่าขณะที่ให้กัญชาผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
สร้างความพอใจให้กับผู้ดูแล และผู้ที่อยู่รอบข้าง
โดยที่ทั้งนี้ในบางรายอาจมีอาการง่วงเหงาหาวนอน
ซึ่งก็สามารถปรับขนาดยาได้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม


ภาวะที่ทางการแพทย์ทั่วไปมีการยอมรับให้ใช้โดยที่มีความเชื่อมั่นว่า "ได้ผล"
ได้แก่ อาการเจ็บปวดที่เกิดจากเส้น ประสาทและระบบประสาทเสียหาย  
อาการปวดที่เกิดขึ้นจากโรคมะเร็ง
อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้ยาเคมีบำบัด
โรคลมชักในเด็กที่ดื้อยาสองโรค และอาการแข็งเกร็งของลำตัวแขนขา
ที่เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของระบบประสาทที่เกิดจากโรค multiple sclerosis และภาวะเบื่ออาหาร สุขภาพโทรมในคนไข้เอดส์
รวมทั้งเพื่อบรรเทาสภาพคนป่วยโรค Tourette ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาการยึกยักของกล้ามเนื้อใบหน้า คอ และเนื้อตัว ร่วมกับมีการทำเสียงอึกอัก
หรือเปล่งคำหยาบโดยควบคุมไม่ได้


อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงภาวะและโรคที่กล่าวข้างต้นจะพบว่า
การใช้กัญชาในทางการแพทย์แทบจะไม่มีประโยชน์เลย
กล่าวคือ ยังมีภาวะและโรคอีกมากมายที่ควรจะได้ประโยชน์ทั้งในด้านของคุณภาพชีวิตเพื่อบรรเทาอาการทนทุกข์ทรมาน
รวมทั้งในด้านการป้องกันและชะลอโรคไม่ให้ลุกลามมากขึ้น
ทั้งนี้ โดยที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว
รวมถึงข้อมูลในผู้ป่วยมาร่วมประกอบกัน


ภาวะและโรคที่ควรต้องควบรวมบรรจุเพิ่มเติมอยู่ในรายการ
ที่กัญชาจะสามารถนำมาใช้ได้ในคนป่วยในประเทศไทย
ได้แก่ อาการแข็งเกร็ง
ที่อาจร่วมกับการบิดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง
ยกตัวอย่างเช่น ที่เกิดจากเส้นเลือดตันหรือแตก ความผิดปกติที่ระดับของไขสันหลัง และรวมถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กหลังคลอดที่มีสมองพิการหรือเจริญเติบโตผิดปกติ อาการปวดทรมานที่นอกเหนือจากมะเร็งหรือปวดจากความผิดปกติของเส้นประสาทหรือระบบประสาท
ยกตัวอย่างเช่น อาการปวดที่เกี่ยวเนื่องจากการอักเสบของข้อเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ
ซึ่งโดยปกติจะต้องใช้ยาแก้ปวดอย่างรุนแรงและร่วมกับยาแก้ปวด
ที่เป็นอนุพันธ์ของมอร์ฟีน ภาวะของการปฏิเสธอาหาร ทั้งที่เกิดขึ้นจากโรคทางจิตประสาท anorexia nervosa และโรคทางกายที่เกิดขึ้นที่มีผลกระทบกับจิตใจ


โรคทางสมองได้แก่โรคพาร์กินสันและโรคสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์
ในทางป้องกันการชะลอโรค และการบรรเทาอาการที่มีอยู่
โรคลมชักทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถคุมด้วยยากันชักหนึ่งชนิด
โรคจิต schizophrenia หรือโรคจิตเภท


ทั้งหมดคือข้อบ่งชี้ในการใช้กัญชาทางการแพทย์และการใช้อาจเป็นการเน้นที่สาร THC หรือ CBD (cannabidiol) หรือทั้ง 2 ตัว ทั้งนี้รูปแบบที่จะเอามาใช้เลย
คือ น้ำมันโดยที่น้ำมันกัญชาควรต้องปรับมาตรฐานให้ใกล้เคียงกันทุกขวดโดยขนาดและปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละภาวะจะต้องมีข้อมูลอยู่แล้ว
ทั้งนี้ แต่ละหยดควรทราบปริมาณคร่าวๆ ของ THC และ CBD
สำหรับการวิจัยควรอิงกับตำรับแผนไทยและสืบค้นให้ได้ว่ามีอะไร
นอกจาก THC และ CBD ที่สามารถนำมาใช้ได้อีก สำหรับเรื่องเกี่ยวกับมะเร็งจะสามารถเอาเข้าไปใช้ได้เลยเพื่อพยุงคุณภาพชีวิต ในเรื่องของความเจ็บปวดความ หดหู่ เบื่ออาหารหรือมีอาเจียนขณะให้เคมีบำบัด


ขนาดที่จะใช้จะมีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ถ้าให้ในกรณีของมะเร็งแต่ต้น
อาจจะมีปัญหา เพราะไม่ทราบว่าถ้าหวังผลทางรักษาควรเป็น THC หรือ CBD ขนาดใดและอย่างใดมากกว่ากัน
ดังนั้นควรให้ในบริบทที่กล่าวข้างต้น ในขนาดและปริมาณตามวัตถุประสงค์
และต้องยึดกับแผนปัจจุบันเพื่อไม่ให้เสียโอกาส


ส่วนพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ (ที่ไม่มีปัญหาทางอารมณ์) ไม่มีสูตรตายตัว
แต่ควรใช้สูตรที่มีทั้ง THC และ CBD เท่ากัน เพราะ THC ได้ทางอารมณ์
เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต และทั้ง 2 ตัว มีฤทธิ์ทางชะลอโรค
ดังนั้น ใช้ 1:1 และขนาดหรือจำนวนหยดค่อยๆ ปรับได้

.
.

"หมอดื้อ"
https:// www.thairath.co.th/ lifestyle/life/1371805

..........

***คุณสามารถติดตามองค์ความรู้เรื่องกัญชาไทยทางการแพทย์
โดยทีมคณะแพทย์ผู้ปรารถนาดีต่อทุกคน ได้ที่

                                    

กัญชาไทยทางการแพทย์ (Medicinal Thai Cannabis)

Powered by MakeWebEasy.com