กัญชามีประโยชน์... ติดนิดๆ ถ้าใช้ผิด

Last updated: 2020-05-25  |  484 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กัญชามีประโยชน์... ติดนิดๆ ถ้าใช้ผิด

กัญชามีประโยชน์...
ติดนิดๆ ถ้าใช้ผิด

ระบบกัญชาในธรรมชาตินี้เป็นระบบที่ทำงานตามคำร้องขอ
เมื่อมีสัญญาณอันตรายก็จะส่งผ่านมายังตัวรับสั่งให้มีการผลิตกัญชาธรรมชาติ
ซึ่งมีมากมายหลายชนิด และไม่ได้มีแต่ตัวที่เทียบเคียงกับพืชกัญชาที่เราได้จากภายนอก และแม้แต่พืชกัญชาเองนั้นก็ไม่ได้มีแต่ตัว THC และ CBD


ระบบกัญชาธรรมชาตินั้นจะมีตัวรับสัญญาณในร่างกายทั้งในสมองและนอกสมอง
ที่สำคัญที่เราทราบคือมีมากกว่าตัวรับสัญญาณ CB1 และ 2
และแม้แต่ 2 ตัวนี้นั้นจะนำพาคำสั่งออกมาเป็นชนิดใด อย่างใดยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองหรือร่างกาย หรือชนิดของเซลล์ที่ตัวรับสัญญาณนั้นฝังอยู่
และเซลล์นั้นๆ อยู่ในระบบอะไร และตัวรับสัญญาณตัวเดียวกัน
เมื่ออยู่ต่างเซลล์ ต่างระบบกัน จะกระตุ้นให้มีการสร้างหรือมีการหลั่งสารสื่อประสาทชนิดต่างๆ ออกมาไม่เหมือนกันอีก

.
ความลึกลับของระบบกัญชาธรรมชาตินี้เองที่หมอแผนปัจจุบันเกิดความงงงวยสับสน และไม่กล้าที่จะแสดงจุดยืน และหันไปพึ่งข้อมูลอย่างเดียวจากรายงานจากวารสารที่มีการใช้กัญชาในผู้ป่วยโรคต่างๆ จากความลุ่มลึกของระบบกัญชานี้เอง
เมื่อศึกษาถึงรายงานต่างๆ จะได้ผลต่างกันบ้าง ดีบ้าง ผลเสมอตัวบ้าง

.
ทั้งนี้ เนื่องจากการศึกษาเป็นการใช้กัญชาหรือสารสกัดกัญชาที่ขึ้นอยู่กับ THC และหรือ CBD ขนาดตายตัวโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงลักษณะการตอบสนองของคนแต่ละคน
แม้จะอยู่ในภาวะเดียวกันหรือเป็นโรคเดียวกันก็ตาม แต่ที่แน่ชัดคือในเรื่องของการควบคุมรักษาอาการเจ็บปวดนั้นได้ผลน่าพอใจในรายงานของสหรัฐฯ เองนั้น
ผู้ป่วยที่ปวดทรมานรุนแรงอาการดีขึ้นและยังสามารถหยุดลดเลิกมอร์ฟีนและอนุพันธ์ของฝิ่น รวมทั้งยาที่ควบคุมความกังวลความหดหู่ได้อีกด้วย


การที่พวกเราผู้ป่วยมาแสดงตัว ยังแสดงถึงว่ากัญชาที่ใช้ แม้จะหนักไปทางสารที่ออกฤทธิ์ THC แต่กลับควบคุมรักษาโรคและภาวะหลายชนิด
ที่รายงานต่างประเทศเน้น CBD


ประการที่ห้า คุณหมอตัวแทนสมาคมเชี่ยวชาญทางจิตเวชและสมองก็ได้รับทราบ
ประโยชน์ของกัญชาในรูปแบบของการสามารถนำมารักษาอาการติดเหล้าติดบุหรี่ และในเรื่องของการปรับอารมณ์ ส่วนในเรื่องของการนำมาใช้รักษาโรคจิตเภทนั้นยังลังเล แต่ในที่ประชุมก็ได้แสดงให้เห็นถึงหลักฐานในการศึกษาจากต่างประเทศ
และในกลุ่มผู้ป่วยในประเทศไทย แม้กระทั่งโรคออทิสติกก็ยังสามารถเริ่มสื่อสารเข้าสังคมได้ และอาการปฏิเสธอาหารและอาการอาเจียนและคลื่นไส้
และการทำให้ผู้ป่วยที่ไม่ยอมกินอาหารอย่างรุนแรงก็ยังสามารถนำมาใช้รักษาได้


โดยไม่ควรจำกัดแต่อาการอาเจียนจากเคมีบำบัดเท่านั้น

ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงอาการของโรคลมชักซึ่งไม่ควรจำกัดอยู่เพียงโรคลมชักในเด็กที่เป็นโรคสอง ถึงสามชนิดเท่านั้น รวมทั้งในส่วนของโรคสมองเสื่อมและโรคพาร์กินสัน และอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งจากสาเหตุนานาประการ
ไม่จำกัดเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง


แต่ในที่ประชุมเราโชคดีที่ได้เห็นหลักฐานของผู้ป่วยซึ่งมีโรคและอาการต่างๆเหล่านี้
และสามารถเรียกได้ว่ารักษาใต้ดินเนื่องจากยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่


ประการที่หก จากการวิเคราะห์และสรุปสถานการณ์
รวมทั้งประเมินความเหมาะสมในการเข้าถึงจากประเทศต่างๆ และที่ควรจะเป็นในประเทศไทย (ประการที่เจ็ด) จากดร.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน วันนี้เราเดินมาถึง
การบอกให้ทุกคนรับรู้วิธีคิดใหม่ๆ ในการแก้ปัญหา มองครบทุกองค์ประกอบ
และร่วมกันกำหนดทิศทาง แนวทาง
ทั้งนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นแนวทางปฏิบัติจากหลักฐานที่ได้สดๆ
ไม่มีการปรุงแต่งอย่างเป็นข้อมูลในวารสาร
ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าหมอไทยในปัจจุบันนี้ใช้หลักฐานมือสอง
เนื่องจากเราไม่ได้รู้อะไรเลย


ดังนั้น แนวทางการปฏิบัติที่พึงต้องกระทำ ไม่ใช่มาตั้งกระบวนการวิจัยแบบที่แล้วๆมาด้วยเหตุผลข้างต้น แต่เป็นการวิจัยจากการปฏิบัติที่เห็นตรงหน้า true actual/ action research ด้วยความเข้าใจตรงกันระหว่างหมอ
ซึ่งจะเป็นหมอปัจจุบันหรือหมอแผนไทย เภสัชกร หมอฟันและสัตวแพทย์ กับผู้ป่วย


ทั้งนี้ โดยที่หมอต้องบอกข้อมูลเกี่ยวกับภาวะและโรคที่ผู้ป่วยเป็น
รวมทั้งการรักษาที่พึงมี ให้ทางแผนปัจจุบันโอกาสหายโอกาสรอด
โดยที่ในระหว่างการรักษานั้นยังคงสภาพความเป็นมนุษย์อยู่
ไม่ใช่อยู่แต่ในโรงพยาบาลหรือเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลจนวาระสุดท้าย


รวมทั้งผลข้างเคียงผลแทรกซ้อนต่างๆ

ประการสำคัญในที่ประชุมนั้น ได้เน้นย้ำถึงสิทธิของผู้ป่วยในการรับรู้รับทราบ
นำมาซึ่งการตัดสินใจด้วยตนเองโดยหลักฐานที่ดีที่สุด
(Self-judgment and decision)


และแม้ผู้ป่วยจะตัดสินใจเลือกกัญชา แต่ก็ยังติดต่อกับหมอด้วยสัมพันธภาพที่ดี และหมอเรียนรู้จากคนไข้ ไม่ใช่สั่งคนไข้ เพราะหมอไม่มีความรู้เรื่องกัญชาทั้งสิ้น

ประการที่เจ็ด การเข้าถึงกัญชา (พืชกระท่อม) ไม่ควรเป็นแต่การรับที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ควรต้องรวมถึงร้านยาที่มีเภสัชกรตามใบสั่ง
และรวมถึงการที่ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถใช้พืชกัญชาในบ้าน
ระหว่างกันในกลุ่ม (self-remedies) โดยมีความรู้ที่สะสมจากทางทฤษฎีและประสบการณ์จริงจนได้ ข้อแนะนำในวิธีการ และขนาดในอาการและโรคต่างๆ


ทั้งหมดเพื่อ “คนไทย”...“คนป่วย” ความเท่าเทียมและการเข้าถึง .
.
.

"หมอดื้อ"

..........

***คุณสามารถติดตามองค์ความรู้เรื่องกัญชาไทยทางการแพทย์
โดยทีมคณะแพทย์ผู้ปรารถนาดีต่อทุกคน ได้ที่

                                         

กัญชาไทยทางการแพทย์ (Medicinal Thai Cannabis)

Powered by MakeWebEasy.com