หลายท่านสอบถามผมว่า...
ถ้านายทุนพากันจดครอบครอง ชาวบ้านก็หมดสิทธิ์ใช่ไหม
 
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจ หลักการพื้นฐานในการจดสิทธิบัตรเพื่อครอบครอง
อะไรก็ตามที่เป็นทรัพยากรที่มีกำเนิดบนโลกอยู่แล้วนี้ก่อนครับ
อะไรก็ตามที่เป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว ปรากฎกำเนิดบนโลกแล้ว
เช่น สารเคอร์คิวมินจากขมิ้น หรือสารไฟโตแคนนาบินอยด์จากกัญชา,
สมุนไพร, สารสกัดจากสมุนไพร
สารเหล่านี้จดครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของไม่ได้
 
ที่จดได้เช่น เทคโนโลยีการสกัด, รูปแบบของสารสกัดให้ออกฤทธิ์ดีขึ้น,
สูตรผสมที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สารเคอคิวมินในขมิ้นละลายน้ำไม่ดี
แต่พอค้นพบวิธีทำให้ละลายน้ำดี อย่างนี้ จดสิทธิบัตรได้ และจะได้รับการคุ้มครอง
ว่าด้วยสารเคอคิวมินที่ละลายน้ำดีด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวเท่านั้น
แต่ถ้ามีใครคิดวิธีอื่นๆได้ ก็สามารถยื่นจดได้เช่นกัน เป็นต้น
 
แต่ไม่มีใครสามารถครอบครองความเป็นเจ้าของสารเคอคิวมินในขมิ้นได้
เพราะมันเกิดขึ้นบนโลกตามธรรมชาติอยู่แล้ว
สำหรับกัญชาก็เช่นกัน ไม่มีใครสามารถครอบครองสารไฟโตแคนนาบินอยด์ได้
เรื่องนี้เป็นหลักการสากล ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง
แต่ถ้าสมมติว่า คนไทยหรือต่างชาติที่มีวิธีการสกัดน้ำมันกัญชา
ที่มีเทคนิคหรือเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องแบบที่ทำกับขมิ้น
อย่างนี้จะสามารถยื่นจด และอาจได้รับสิทธิบัตรคุ้มครอง ใครจะละเมิดไม่ได้
 
แต่จะมาจดเพื่อครอบครองสารไฟโตแคนนาบินอยด์
เช่น สาร THC หรือ สาร CBD เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวไม่ได้!
 
ฉะนั้น สารกัญชา มีอยู่แล้วตามธรรมชาติบนโลกนี้
จะไม่มีใครมาจดเพื่อฮุบได้ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ได้เช่นเดิม
และยิ่งวิธีการแบบภูมิปัญญา ไม่ต้องห่วงว่า ถ้าเราใช้กัญชาแล้วจะผิดกฎหมาย
หรืออย่าได้ตกเป็นเหยื่อของใครก็ตาม หรือแม้แต่ภาครัฐก็ตาม
ที่อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่ามีการจดสิทธิบัตรกัญชาแล้ว ชาวบ้านจะหมดสิทธิ์
 
  ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

กัญชามีสาร THC ตามธรรมชาติ
ซึ่งเป็นสารที่มนุษย์เรามักมีเรื่องกับมันมากที่สุด
และหาว่ามันคือผู้ร้ายที่อยู่ในกัญชา
แต่สารอื่นๆ อีกหลายร้อยตัว เราไม่ติดใจเอาเรื่อง

ถ้าวันหนึ่งเราตัดสาร THC ออกจากกัญชาหรือกัญชงได้
มนุษย์ยังจะให้กัญชาหรือกัญชงเป็นผู้ร้ายในคราบยาเสพติดหรือไม่
เป็นสิ่งที่ต้องคิดต่อไป

ฉะนั้นกัญชาที่มีสาร THC จึงพาสารในกัญชาทั้งหมดอยู่ในบัญชีของวายร้าย
ทั้งๆ ที่สารพวกนี้คือสารจากธรรมชาติ
คนที่รู้จักใช้เป็น ใช้ถูก จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล
ส่วนในทางผลเสียก็ประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย

มันก็เหมือนปล่อยคนที่ไม่รู้จักสมุนไพร เข้าไปหลงในป่านั่นละ
คนพวกนี้ไม่รู้อะไร ก็จะหยิบจับสมุนไพร พืชผัก สัตว์ป่า กินไปทั่ว
สุดท้ายก็เจอพิษตายแน่นอน
แต่คนที่รู้จักสิ่งเหล่านี้ดี นอกจากใช้ให้เกิดประโยชน์ ยังดัดแปลงเอาพิษมันไปใช้ใน
การล่าสัตว์ หรือจับปลามากินเป็นอาหารได้
แต่เรามักให้คนไม่รู้เรื่องมามีบทบาทในการกำหนด
เช่น ให้แพทย์สมัยใหม่มานำแพทย์แผนไทยที่เขารู้เรื่องดีกว่า เป็นต้น

และลองมองย้อนดู สาร THC สังเคราะห์ ที่บริษัทยาทำออกมาขาย
และลอยหน้าลอยตาโกยเงินเข้ากระเป๋าดูสิ
ทำไมจึงไม่ถูกกล่าวหาว่าคือยาเสพติดละ

เรื่องนี้สังคมอาจต้องฉุดคิดนะครับว่า....
แท้จริงการผิดหรือถูกกฎหมาย อยู่บนพื้นฐานของอะไรกันแน่
ระหว่างผลประโยชน์ของส่วนรวม หรือคนบางกลุ่ม บางธุรกิจ
.
.
  ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

Lasted News

Powered by MakeWebEasy.com